About

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เชฟโรเลต มอบทองให้ผู้ชนะแคมเปญ "เชฟโรเลต ซื้อรถแจกล้าน"



มร.กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบรางวัลทองคำมูลค่ารวมกว่าสองล้านบาทให้แก่ผู้โชคดีในแคมเปญ "เชฟโรเลต ซื้อรถแจกล้าน" จากงานบางกอก มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา โดยลูกค้าเชฟโรเลต ที่จับจองรถโซนิค ครูซ โคโลราโด สปิน เทรลเบลเซอร์และแคปติวาภายในงานจะได้รับโอกาสลุ้นรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาททุกวัน พร้อมด้วยรางวัลใหญ่ทองคำมูลค่าหนึ่งล้านบาทซึ่งตกเป็นของคุณนราสิฐ สันสมภาค จากจังหวัดระยอง 


เอนกพันธ์ ธรรมบวรพงศ์ ปภาดา ตวงหิรัญวิมล
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กร ไดเร็คเตอร์
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เวเบอร์ แชนวิค
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป
โทร.+662 791 3400 โทร. +662 343 6057
อีเมล์: anekbhand.thambovornpong@gm.com อีเมล์: paphada@webershandwick.com

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดราคาขาย "แอททราจ" แรง !! ออฟชั่นเพียบ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษช่วงเปิดตัว



มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  ประเทศไทย เปิดกลยุทธ์เชิงรุกบุกตลาดรถเล็ก เผยข้อมูลการขาย "แอททราจ" สุดร้อนแรง พร้อมเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิและในงานโรดโชว์ทั่ว ประเทศ "แอททราจ" มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่น ฟังก์ชั่นการใช้งานจัดเต็ม ทั้งกล้องมองหลัง ระบบนำทางในรถยนต์ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย จอภาพแบบสัมผัส ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย รวมไปถึงระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS และระบบความปลอดภัยครบครัน นอกจากนี้ยังให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม โดยมี 4 รุ่น พร้อม 6 สี ให้เลือก กับราคาจำหน่ายสุดเร้าใจเริ่มต้นที่ 443,000 ถึง 582,000 บาท เท่านั้น พิเศษ!.. สำหรับลูกค้าที่จอง "แอททราจ" ทุกรุ่นในช่วงนี้ เพียง 9,000 คันแรก รับข้อเสนอสุดพิเศษ "ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวด้วยโบนัสพิเศษเงินคืน 10,000 บาท" พร้อม "ฟรีประกันภัยชั้น 1" และข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย 

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลการขายรถยนต์มิตซูบิชิ "แอททราจ" รถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และอีโค คาร์ ซีดาน สำหรับตลาดเมืองไทยซึ่งมีกำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในเมือง ไทยในเดือนกรกฎาคมนี้
เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ด้วยราคาโดนใจ 443,000 ถึง 582,000 บาท พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัว...พิเศษสำหรับ 9,000 คันแรก
รุ่นรถ                         ราคาทั่วไป   ราคาแนะนำ
(บาท)     ช่วงเปิดตัว (บาท)
(1)   GLS Ltd.   เกียร์อัตโนมัติ   582,000   572,000
(2)   GLS       เกียร์อัตโนมัติ   530,000   520,000
(3)   GLX       เกียร์อัตโนมัติ   477,000   467,000
(4)   GLX       เกียร์ธรรมดา   443,000   433,000
* ราคาเพิ่ม 6,000 บาทสำหรับสีขาวมุก ไวท์เพิร์ล (White Pearl)
มิตซูบิชิ "แอททราจ" ที่สุดของความคุ้มค่าคุ้มราคา
รุ่นรถ             ระบบขับเคลื่อน   จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
1     GLS Ltd.   เกียร์อัตโนมัติ   -   เบาะหนังสีเบจ                                                   -   ระบบนำทางในรถยนต์ (Navigation System)
  •   พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมการตกแต่งสีเงิน สไตล์ "ซิลเวอร์เดคอเรชั่น"           -   ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย(Bluetooth)
  •   กล้องมองหลัง                                                     -   วิทยุ-เครื่องเล่นดีวีดี เอ็มพี3 พร้อมจอภาพแบบสัมผัส ขนาด 6.5 นิ้ว และ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  •   ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
2     GLS       เกียร์อัตโนมัติ   -   ไฟตัดหมอกหน้า พร้อมตกแต่งแบบโครเมียม                               -   ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  •   ล้ออัลลอยขนาด15 นิ้ว 185/55R15                                     -   ระบบกุญแจอัจฉริยะKOSพร้อมระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม
  •   กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบLED                                   -   ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
  •   มือจับประตูด้านในแบบโครเมียม                                       -   ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  •   แผงบังแดดหน้าแบบมีกระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิด (ด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า)
3     GLX       เกียร์อัตโนมัติ   -   กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า                                     -   มาตรวัดแบบCombination meter พร้อมไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด และจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์
  •   กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบปรับขึ้นลงอัตโนมัตและระบบSafety (ด้านคนขับ)         -   พรมปูพื้น
  •   กุญแจรีโมท                                                       -   ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ
  •   ที่พักแขนเบาะนั่งด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว                                 -   ABS/EBD   และเหล็กกันโครงหน้า
  •   วิทยุ-เครื่องเล่นซีดี เอ็มพี3 พร้อมช่อง AUX-in และ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
4     GLX       เกียร์ธรรมดา
ถึงพร้อมด้วยสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ "แอททราจ" ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve รองรับทั้งเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 และตั้งเป้าให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร *
  • "แอททราจ" มาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและให้การประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
  • ด้วยตัวถังขนาดเล็กพร้อมส่วนรับแรงกระแทกจากเหล็กที่แข็งแรงเป็นพิเศษ "High Tensile Steel" และเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักรถโดยรวม ทำให้ "แอททราจ"มีน้ำหนักเบากว่ารถในระดับเดียวกัน อีกทั้งยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.29 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน
*ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานยุโรป UNECE Reg.101 Rev.01 Combine Mode
คล่องตัวและง่ายต่อการควบคุม
  • ด้วยตัวถังขนาดเล็ก ความยาวโดยรวม 4,245 มม. ความกว้างโดยรวม 1,670 มม. และความสูงโดยรวม 1,515 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,550 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวที่แคบที่สุดเพียง 4.8 เมตร จึงให้ความคล่องตัวในการขับขี่ ง่ายต่อการเลี้ยว กลับรถและถอยจอดในพื้นที่จำกัด
  • ด้วยตัวรถที่มีน้ำหนักเบาจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก
มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย...ได้มาตรฐานโลก
  • ตัวถังของรถมิตซูบิชิ "แอททราจ" ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดได้มาตรฐานโลก ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และคานกันกระแทกด้านข้างที่ประตูทั้ง 4 บาน ที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยส่วนรับแรงกระแทกจากเหล็กที่แข็งแรงเป็นพิเศษ "High Tensile Steel" จึงทำให้สามารถปกป้องแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มั่นใจยิ่งกว่าด้วยระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความ ร้อนช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรกดีขึ้นปลอดภัยมากขึ้น และดรัมเบรกหลังแข็งแรง ทนทานดูแลรักษาง่าย ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติแบบคู่ด้านคนขับสำหรับรุ่น GLS และ GLS Ltd. และแบบเดี่ยวสำหรับรุ่น GLX ช่วยลดแรงกระแทกจากการชนเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า รวมทั้งลดอาการบาดเจ็บที่หน้าอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยกับระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัยตามแบบฉบับของมิตซูบิชิ
  • กุญแจรีโมทพร้อมระบบควบคุมการพับและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกสบายพร้อมป้องกันความเสียหายจากการจอดรถในที่แคบ
  • ไฟหน้าปิดได้เองโดยอัตโนมัติ โดยระบบจะตัดการทำงานของไฟหน้ารถและไฟตัดหมอกโดยอัตโนมัติหลังจากดับเครื่อง ยนต์ แล้วเปิดประตูช่วยให้ไฟในแบตเตอรี่ไม่หมด
  • นอกเหนือจากนี้ มิตซูบิชิ "แอททราจ" ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์มากมายอาทิ -- ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน เพียงขยับก้านไฟเลี้ยวเพียงเล็กน้อยสัญญาณไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟเตือนใน หน้าปัดกระพริบ 3 ครั้ง --ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ในกรณีที่ฝนตกหากผู้ขับเปิดที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเมื่อรถถึง ความเร็วที่กำหนดที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเหมือนเดิมเมื่อความเร็วลดลงหรือหยุด รถ--กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบปรับขึ้นลงอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยสีสันหลากหลายมากถึง 6 สี
(1) สีขาวมุก - White Pearl*
(2) สีแดง - Red Metallic
(3) สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
(4) สีเทาดำ - Eisen Gray Mica
(5) สีดำ - Pyreness Black
(6) สีเงิน - Cool Silver Metallic
โบนัสพิเศษ สำหรับลูกค้าคนพิเศษ
สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ "แอททราจ" ทุกรุ่น 9,000 คันแรก รับราคาแนะนำช่วงเปิดตัวด้วยโบนัสพิเศษเงินคืน 10,000 บาท พร้อม ฟรีประกันภัยชั้น 1 "ไดมอนด์ โปรเทคชั่น" และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
กิจกรรมการขาย
  • เปิดรับจองล่วงหน้าที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ 186 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
  • กิจกรรมโรดโชว์ในกรุงเทพและต่างจังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ ตลอดเดือนมิถุนายน
  • กิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่พาร์คพารากอน วันที่ 4-7 กรกฎาคม
  • เปิดขายอย่างเป็นทางการ กรกฎาคมเป็นต้นไป
  • พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า กรกฎาคมเป็นต้นไป
รับรู้ข่าวสาร "แอททราจ" ก่อนใคร
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับมิตซูบิชิ "แอททราจ" พร้อมร่วมกิจกรรมกับทางบริษัทฯ ผ่านทางเว็บไซต์ และ Fanpage ได้ที่;
  • มิตซูบิชิ "แอททราจ" เว็บไซต์ : www.mitsubishimotors-attrage.com
  • Facebook Fanpage : www.facebook.com/MitsubishiAttrage
  • สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมชมและทดลองขับ มิตซูบิชิ "แอททราจ" ได้ที่ โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ 186 แห่งทั่วประเทศ
  • มิตซูบิชิ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 1800 900 009 หรือ โทร. 02-529-9500 ทุกวันจันทร์ - เสาร์ ระหว่างเวลา 8.30-17.00 น.
  • เว็บไซต์

Yamaha Fino -Take action "ฟีโน่หัวฉีดใหม่ ดียังไง??"




Yamaha ได้จัดกิจกรรม Fino -Take action ขอเชิญชวนคนมีไอเดียมาปล่อยของกันในคอนเซปต์ All New Fino All New Feeling "ฟีโน่หัวฉีดใหม่ ดียังไง??"เพียงร่วมโพสคลิปปล่อยของแซ่บขั้นเทพ แอ๊พสวยไม่ต้องขอจัดเต็ม ตามสไตล์ของคุณ
ล้วแชร์บอกต่อเพื่อนๆ ร่วมโหวตลุ้นรับของรางวัลประจำสัปดาห์ ฟรี!!!เริ่มปล่อยของได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2556
สามารถร่วมสนุกและดูรายละเอียดกติกาเพิ่มเติมได้ที่ https://apps.facebook.com/fino-takeaction/

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับสถานีวิทยุข่าวสารและการจราจร จส 100 สานต่อความสำเร็จโครงการ "Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย"เป็นปีที่ 6



ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของโครงการเพื่อสังคม "Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย" จัดคอร์สพิเศษฝึกอบรมการขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ชาวไทยติดต่อกันเป็นปี ที่ 6 เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยช่วยลดอุบัติเหตุ โดยรวมบนท้องถนน 

ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ฟอร์ดได้จัดการฝึกอบรม"Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย" ซึ่งประกอบด้วยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ชาวไทยไปแล้วกว่า 6,000 ราย ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย และการขับประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยเป็นการเรียนทั้งในห้องเรียน และการฝึกปฏิบัติจริงภายใต้สถานการณ์จำลองเหตุการณ์คับขันบนท้องถนน
ในปีนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะจัดโครงการ "Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย" เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ผู้ขับขี่จำนวน 1,500 คน โดยผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
โครงการเพื่อสังคม "Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย" ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตรสถานีวิทยุข่าวสารและการจราจร จส. 100 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้การขับรถอย่างถูกวิธีให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ผู้ฟังสถานีวิทยุจราจร จส.100 เข้าฝึกอบรมกับโครงการฯ ประมาณ 1,000 คน
โครงการฝึกอบรมผู้ขับขี่ระดับโลกนี้ ได้จัดการฝึกอบรมให้แก่ผู้ขับขี่ไปแล้วจำนวนกว่า 500,000 คนทั่วโลก ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ การฝึกภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของการขับขี่ในประเทศไทย
ผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรม สามารถติดต่อเพื่อสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฟอร์ด คอล เซ็นเตอร์ โทร. 02-686-5899
คำบรรยายภาพ: น.ส. ธิดายุทธ์ นพเกตุ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย ถ่ายภาพร่วมกับผู้เข้าร่วมการอบรมในโครงการ"Driving Skills for Life - ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย" ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 6 ของโครงการและการเป็นพันธมิตรกับสถานีวิทยุข่าวสารและการจราจร จส. 100

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปตท. โชว์ศักยภาพน้ำมันหล่อลื่น ปกป้องเครื่องยนต์เรือ F1 Power Boat



ปตท. ร่วมส่งนักแข่ง 2 ดาวรุ่ง คือ พี่มาร์ค นรบดี ผดุงเจริญ และ น้องจักจั่น ดวงจันทร์ ผดุงเจริญ เข้าร่วมรายการแข่งขัน Singha Thailand Water Sport Expo 2013 ซึ่งได้ฤกษ์จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ริมหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 26-27 มกราคมที่ผ่านมา ภายในงานมีกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาทางน้ำมากมาย อาทิ การแข่งขัน สกุ๊ตเตอร์ การแข่งเจ็ทสกี การแข่ง Banana Boat และไฮไลท์การแข่งขันของงานที่ผู้ชมตั้งหน้าตั้งตารอดูคือการแข่งขันเรือ F1 Power Boat หรือเรือสูตรหนึ่งที่สามารถทำ ความเร็วบนผิวน้ำได้ถึง 250 กม./ชม. ร่วมชมและเชียร์พี่มาร์ค และ น้องจักจั่น ได้อีกครั้ง ในสนามที่ 2 วันที่ 6-7 เมษายน นี้ที่จังหวัดขอนแก่น นี้นะครับ

โตโยต้าลั่น3เเชมป์ปลุกอีโคคาร์ทวงเบอร์หนึ่งเก๋ง



โตโยต้าลั่นปีนี้ยังครองแชมป์ 3 ตลาด เก๋ง ปิกอัพ ตลาดรวม มั่นใจ Q3 อีโคคาร์คลอด ทวงเบอร์ 1 เก๋งจากฮอนด้าได้แน่ ยอมรับปีนี้ตลาดหดตัว 10% ขยับเป้าวีออสเหลือเดือนละ 8 พันคันต่อเดือน

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โตโยต้ามั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้น่าจะยังคงรักษาแชมป์ 3 ตลาดไว้ได้ ทั้งตลาดรวม ตลาดเก๋ง และตลาดปิกอัพ แม้ว่าตอนนี้ตลาดเก๋งจะแพ้คู่แข่งฮอนด้า โดยประเมินว่าควอเตอร์ที่ 3 หลังคลอดอีโคคาร์น่าจะช่วยผลักดันให้ตลาดไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น นายวิเชียรกล่าวว่า ตัวเลขตั้งแต่ต้นปีที่แพ้ฮอนด้า เพราะเป็นช่วงการส่งมอบรถยนต์คันแรก ซึ่งโตโยต้ามีจำนวนแบ็กออร์เดอร์ไม่เยอะ ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีเก๋งเล็ก (อีโคคาร์) อีกตัวมาช่วยขาย ก็น่าจะคว้าแชมป์ทั้ง 3 ตลาดได้แน่นอน สำหรับตลาดที่หดตัวในช่วงนี้คงต้องยอมรับ เพราะดีมานด์มากกว่าซัพพลาย โตโยต้าเองก็ประเมินว่าปีนี้ตลาดรวมคงจะหดตัวราว 10% จึงได้วางแผนการทำตลาดอย่างรัดกุม ไม่หวือหวา เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด ส่วนแนวโน้มการลดกำลังผลิต ตอนนี้คงยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูภาวะการขายเป็นรายเดือน จีดีพี และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ แต่สำหรับโตโยต้าไม่ลดแน่นอน เพราะถึงวันนี้ ฝ่ายโรงงานยังทำงานกันเต็มกะ รวมถึงมีโอเวอร์ไทม์ด้วย "หลายคนบอกเริ่มเห็นสัญญาณ โดยเฉพาะการคืนหรือยกเลิกใบจองเฟิร์สคาร์ แต่สำหรับโตโยต้ามีไม่เยอะ เราทำตลาดแบบไม่หวือหวา ประกอบกับเป็นรอยต่อระหว่างวีออสใหม่กับเก่า ซึ่งเราพยายามรักษาสมดุล ระหว่างภาวะการขายกับกำลังผลิตที่มี" ส่วนวีออสใหม่ ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ถึงวันนี้มียอดจองมากกว่า 22,000 คัน ตอนนี้เริ่มทยอยส่งมอบ คาดว่ายอดจะประมาณเดือนละ 8,000 คันตามกำลังผลิต นายวิเชียรกล่าวอีกว่า วีออสตัวนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ถือเป็นยนตรกรรมระดับมาตรฐานโลก ตามสโลแกนที่ตั้งไว้ คือคุ้มค่าเหนือความต้องการเป้าหมายของโตโยต้า นอกจากจะขายในประเทศแล้ว ยังจะส่งออกทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ โดยมีเป้าหมายประมาณ 45, 000 คันต่อปี ซึ่งนอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของคนโตโยต้าแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศ วีออสใหม่ มีให้เลือก 6 รุ่น ระดับราคาตั้งแต่ 5.59 แสนบาท ไปจนถึง 7.34 แสนบาท ในช่วงเปิดตัว ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายต่อเดือนประมาณ 10,000 คัน

ดัน “รถไฟฟ้า“ แจ้งเกิด ผุดสถานีชาร์จ 10 ล้านแห่ง





ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำคนสำคัญของสหรัฐอเมริกาได้ให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ได้ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2557 น่าจะมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งในสหรัฐกว่า 1 ล้านคัน แต่ปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของรถยนต์ดังกล่าวมีไม่ถึง 0.5% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศ เนื่องจากปัจจัยด้านราคาจำหน่ายที่สูงจากต้นทุนการผลิต ถือเป็นความท้าทายของทั้งภาครัฐและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟฟ้ากว่าครึ่งต้องประสบปัญหาด้านยอดขาย เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงเกินไป โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นเป็นพื้นฐานสำคัญของรถ โดยผู้จำหน่ายที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการจำหน่ายรถไฟฟ้า อาทิ ไบรท์ ออโตโมทีฟ ผู้ผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์ไฟฟ้า ที่ก่อนหน้านี้ได้ขอรับความช่วยเหลือด้านเงินกู้สำหรับโครงการสนับสนุนการผลิตรถไฟฟ้า แต่บริษัทก็ไม่สามารถรักษาสถานะไว้ได้ และต้องยุติการผลิตลง และฟลิสเคอร์ออโตโมทีฟ หนึ่งในผู้ผลิตรถไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมของสหรัฐ ที่หยุดผลิตไปในปีที่ผ่านมา และอยู่ในระหว่างยื่นเรื่องล้มละลาย แต่เทสลา มอเตอร์ ซึ่งเคยประสบภาวะวิกฤตด้านการเงิน ในไตรมาสแรกของปีนี้นั้นกลับมามีผลกำไรอีกครั้ง จากยอดขายของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ที่โตวันโตคืนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากการที่ผู้ผลิตตัดสินใจหั่นราคาจำหน่ายลงหลังจากเปิดตัวไปในสหรัฐและก็มีข่าวดีที่ว่าในอนาคตอันใกล้ยอดขายรถประเภทดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาต้นทุนต่ำลงไปด้วย โดยบริษัทวิจัย ไอเอ็มเอส คาดว่าจำนวนสถานีชาร์จไฟจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากในปี 2554 ที่มีอยู่ 135,000 แห่งทั่วโลก ก็จะเพิ่มเป็น 10.7 ล้านแห่งภายในปี 2563 โดยประเทศที่จะมีการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้ารวดเร็วที่สุดคือสหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น และเยอรมนี อลาสแตร์ เฮย์ฟิลด์ รองผู้อำนวยการ บริษัท วิจัยไอเอ็มเอส เปิดเผยว่า จำนวนยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดทั่วโลก ซึ่งไม่ได้มียอดขายสูงตามที่หลายฝ่ายเคยคาดไว้ นั่นมาจากเหตุผลที่ประชาชนต่างก็รอการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จไฟให้เพียงพอก่อน ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญมาก การเพิ่มสถานีชาร์จไฟจึงช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคที่เป็นห่วงว่ารถไฟฟ้าที่ชาร์จจากบ้านอาจจะมีพลังงานไม่เพียงพอให้เดินทางถึงที่หมาย ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็พยายามลดข้อจำกัดของรถไฟฟ้าลง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมัน ด้วยการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไออนในการช่วยเก็บพลังงานไฟฟ้า สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่ากับการเติมน้ำมัน 1 ถัง โดยลูกค้าสามารชาร์จไฟได้ง่าย ๆ ในจุดเดียวกันกับการเติมน้ำมันในรถยนต์ทั่วไป ปัจจุบันค่าเฉลี่ยรถไฟฟ้าในตลาดนั้น เมื่อชาร์จไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง จะสามารถวิ่งได้ระยะทางราว 100 ไมล์ (ราว 160 กิโลเมตร) ส่วนรถปลั๊กอิน-ไฮบริด อยู่ที่15-35 ไมล์ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ราว 24-56 กิโลเมตร) ส่วนรถที่มีประสิทธิภาพสูงคือเทสต์ลาร์ รุ่นเอส ที่สามารถวิ่งได้ไกลต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สูงถึง 300 ไมล์ (ราว 480 กิโลเมตร) แต่ก็มีราคาจำหน่ายสูงถึง 100,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3 ล้านบาท ซึ่งเทสต์ลาร์เองก็พยายามจะผลักดันให้เกิดเครือข่าย "ซูเปอร์ชาร์จเจอร์" หรือสถานีชาร์จไฟฟ้าด่วน ทำให้ในสหรัฐขณะนี้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะกว่า 5,894 แห่ง และภาครัฐเองก็พยายามสนับสนุนให้ประชาชนมีที่ชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ส่วนตัว และสถานที่ชุมชนต่าง ๆ และเจ้าของบริษัทต่าง ๆ ก็ติดตั้งสถานีชาร์จไว้ที่สำนักงานสำหรับลูกจ้างได้ใช้ อาทิ เมืองนิวยอร์กน่าจะมีการเพิ่มสถานีชาร์จไฟสาธารณะราว 10,000 แห่งภายใน 7 ปีข้างหน้า ส่วนในประเทศไทยนั้น สถาบันยานยนต์ก็คาดว่าภายในปี 2563 จำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวในการเป็นฐานการผลิตที่รองรับกับรถยนต์ประเภทดังกล่าว ส่วนโอกาสที่ผู้บริโภคในประเทศจะได้ใช้รถไฟฟ้านั้น คงต้องจับตาต่อไปว่าภาครัฐจะให้ความสำคัญมากน้อยขนาดไหน

ฟอร์ด ประเทศไทยร่วมงาน ยูเอสเอแฟร์ 2013 ฉลองครบรอบ 180 ปี ความสัมพันธ์ไทย-อเมริกา



คำบรรยายภาพ: มร. แมท แบรดลี่ย์ (ที่สี่จากซ้าย) ประธานฟอร์ด อาเซียน ร่วมเป็นประธานเปิดงาน "ยูเอสเอ แฟร์ 2013" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้ มร.แบรดลี่ย์ ยังดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยด้วย 


(จากซ้ายไปขวา) นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด มร. มาร์ติน
แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ชุมพฤนท์ ยุระยง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด มร. แมท แบรดลี่ย์ ประธานฟอร์ด อาเซียน มิสคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัดและมร. เพียร์ อาร์ เบร็บเบอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด
ฟอร์ด ประเทศไทย เข้าร่วมงาน "ยูเอสเอ แฟร์ 2013" (USA Fair 2013) งานจัดแสดงสินค้าประจำปีในกลุ่มพันธมิตรสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้ฟอร์ด ได้นำรถยนต์รุ่นต่างๆมาจัดแสดงโชว์หลายรุ่น อาทิเช่น ฟอร์ด เฟียสต้า ใหม่ ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เอสเคป มร. แมท แบรดลี่ย์ ประธานฟอร์ด อาเซียน กล่าวว่า "ฟอร์ด รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของงานยูเอส เอแฟร์ ในฐานะที่ฟอร์ดเป็นหนึ่งในรถยนต์ชั้นนำของอเมริกา เราจึงได้นำรถฟอร์ดรุ่นต่างๆมาร่วมจัดแสดงโชว์ในงานครั้งนี้ด้วยพร้อมโปรโม ชั่นมากมาย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 180 ปี ของสนธิสัญญาทางไมตรีและการพาณิชย์ของ 2 ประเทศ"
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2376 ผ่านการลงนามในสนธิสัญญาทางการค้า ทั้งนี้ งานยูเอสเอ แฟร์ ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง 2 ประเทศงานยูเอสเอ แฟร์ 2013 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงสินค้าชั้นนำและบริการที่ดีที่สุดจากกว่า 30 บริษัทของสหรัฐอเมริกามาออกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ

volvo group เปิดตัวบัสรุ่นใหม่รองรับ AEC

 
 
วอลโว่ บัส เปิดตัวแชสซีบัส รุ่นใหม่ B11R เตรียมรับตลาด AEC
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายและผู้ประกอบแชสซีบัส วอลโว่ แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวแนะนำแชสซีบัสรุ่นใหม่ B11R เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเปิดประชาคมประชาชาติเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรมแนะนำแชสซีบัส B11R ให้แก่ผู้ประกอบรถบัส ผู้ประกอบการ และตัวแทนจำหน่ายด้วย


แชสซีบัส B11R ใช้เครื่องยนต์ D11A เป็นเครื่องยนต์ขนาด 11 ลิตร 430 แรงม้า ประหยัดพลังงานและทนทาน รักษาสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 3 ตามมาตรฐานวอลโว่ บำรุงรักษาง่าย เพิ่มอายุการบำรุงรักษาที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิมและประหยัดเชื้อเพลิง การทำงานเครื่องยนต์รุ่นใหม่ควบคู่กับระบบเกียร์อัจฉริยะ I Shift 12 speed ทำให้พนักงานขับรถสามารถขับขี่ได้ง่ายขึ้นและไม่เหนื่อยจากการขับขี่ในระบบ เครื่องยนต์และเกียร์รุ่นเก่า
ในภาพ มร. คลาส์ โมลิน (ที่ 3 จากขวา) เอกอัคราชทูตประเทศสวีเดน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มร. เดวิด มีด (ที่ 4 จากขวา) ผู้อำนวยการ วอลโว่ บัส เอเซียแปซิฟิก มร. ฌาคส์ มิเชล (ขวาสุด) ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และคณะผู้บริหาร ร่วมถ่ายภาพในการเปิดตัวแชสซีบัสรุ่นใหม่ครั้งนี้

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ยามาฮ่าสนับสนุนแข่งขันดริฟท์ ดีวัน กรังซ์ปรีซ์ ไทยแลนด์ ซีรีย์ 2013




นายวราธร เจนจรัสสกุล ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (คนที่ 3 จากซ้าย) และนายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (คนที่ 3 จากขวา) ร่วมแถลงข่าวจัดงานแข่งขันดริฟท์ รายการ "ดีวัน กรังซ์ปรีซ์ ไทยแลนด์ ซีรีย์ 2013" พร้อมผลักดันนักแข่งไทยสู่ระดับโลก พร้อมจัดกิจกรรมบันเทิงสุดยิ่งใหญ่เอาใจลูกค้า ณ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 เมื่อเร็วๆ นี้ 


ข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด(มหาชน)ร่วมกับ บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จปีที่ 2 เปิดศึกนักดริฟท์กับรายการแข่งดริทฟ์ชื่อดังของเอเซียที่นักดริฟท์ทุกคนรอ คอย ดีวัน กรังด์ปรีซ์ ?ไทย?แลนด์ ซีรีส์ 2013 บาย พีทีที บลู อินโนเวชั่น PRIDE of DRIFT PRIDE OF D1 "ศักดิ์แห่งดริฟท์" ศักดิ์ศรีแห่งดีวัน จากต้นตำรับ?การ?แข่งขัน D1 ประ?เทศญี่ปุ่น พร้อมมาตรฐาน?การ?แข่งและการตัดสินมาตรฐานสากลสู่?การจัด?แข่ง?ในประ? เทศ?ไทยเพื่อให้นักดริฟท์ได้มันส์กันอีกครั้ง ?เฟ้นหาแชมป์ประจำปีตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งดริฟท์ชิงแชมป์โลก ล่าสุดจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ณ ร้าน Est.33 by SINGHA เดอะไนน์ พระราม 9
ก้องเกียรติ เหวียนระวี กรรมการบริหาร บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เผยว่า "การแข่งขันดีวัน กรังด์ปรีซ์ ไทยแลนด์ ซีรีส์ ประสบความสำเร็จและสร้างความคึกคักให้กับกีฬามอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยเป็น อย่างมาก สำหรับปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 คณะผู้จัดงานมีเจตนารมณ์ในการมุ่งมั่นพัฒนารูปแบบการแข่งดริฟท์เมืองไทยให้ ก้าวสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งการสนับสนุนน้ำดื่มตลอดการแข่งขันจาก บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด พร้อมโชว์กิจกรรมดีๆ จาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ยางโยโกฮามา มาพร้อมสินค้าสุดฮอท และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน
และด้วยการแข่งขันจากปีที่แล้วที่ได้นำมาตรฐานการแข่งรถดริฟท์ระดับโลก ต้นตำรับจากญี่ปุ่นทั้งระบบ จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นการแข่งดริฟท์ที่สนุกเร้าใจมากที่สุดในภูมิภาคอา เซียน รวมทั้งยังได้รับการกล่าวถึงจากนักแข่งหลายชาติ ทำให้การจัดการแข่งขันดริฟท์ปีนี้จะมีนักแข่งต่างชาติทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน คูเวต และญี่ปุ่น ร่วมชิงแชมป์กว่า 15 คน
นับเป็นรายการแข่งดริฟท์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลที่รวมนักแข่งดริฟท์ระดับ พระกาฬจากหลายเชื้อชาติ โดยถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมประจำปี ด้านนักแข่งดริฟท์เมืองไทยทุกคนได้ทำการการปรับแต่งรถด้วยการทุ่มทุนรวม มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะมาชิงศักดิ์ศรีในปีนี้ ท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจที่มีความปลอดภัย และอยู่ภายใต้กฎกติกามาตรฐานระดับสากล
นอกจากนั้นการแข่งดริฟท์รายการดีวัน กรังด์ปรีซ์ ไทยแลนด์ ซีรีส์ ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การแข่งขันระดับโลกในฐานะตัวแทนนักแข่งดริฟท์ที่ สร้างชื่อให้กับประเทศไทย โดยเมื่อปีที่แล้วแชมป์ประจำปีทั้ง 3 คนได้เข้าร่วมการแข่งขัน Drift World Cup D1 World Champion ที่ญี่ปุ่น และได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงศักยภาพของนักแข่งไทย รวมทั้งเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับนักแข่งดริฟท์ไทยได้กลับมาพัฒนาการ เซ็ตรถและฝีมือขึ้นสู่ระดับโลก "
สำหรับรูปแบบการแข่งขันในปี 2013 จะคล้ายญี่ปุ่นมากขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มความเร้าใจทั้งรอบคัดเลือกวิ่งเดี่ยว TANSO (QUALIFY) ด้วยการเพิ่มรางวัลพิเศษแชมป์ประจำปี และการแข่งขันรอบสุดท้าย TSUISO (BATTLE) นักแข่งฝีมือดีจากสนามสุดท้ายปี 2012 สูงสุด 8 อันดับได้สิทธิ์เข้ารอบ TSUISO (BATTLE) สนามที่ 1 ปี 2013 โดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก TANSO และ 8 อันดับสูงสุดของสนามที่ 1 ในปี 2013 ก็จะได้สิทธิ์เข้ารอบสนามถัดไป โดยไม่ต้องผ่านรอบตัดเลือก TANSO เช่นกัน ซึ่งการให้สิทธิ์อันดับ 1-8 ของแต่ละสนามจะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ของทั้ง 6 สนามในการแข่งปีนี้"
ทั้งนี้ ผู้ชนะการแข่งดริฟท์ 3 อันดับแรกจะเป็นตัวแทนนักแข่งดริฟท์ประเทศไทยเข้าร่วมแข่ง "Drift World Cup D1 World Champion" ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายการแข่งขันชิงแชมป์โลกมีนักแข่งดริฟท์กว่า 16 ประเทศเข้าร่วม พร้อมเงินสนับสนุนจาก บริษัท อินสไพร์ฯ ทีมละ 200,000 บาท ด้วยรูปแบบการแข่งขันและรางวัลระดับอินเตอร์ทำให้เชื่อมั่นว่า การแข่งดริฟท์ประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับอย่างดีแน่นอน"
สำหรับกิจกรรมความบันเทิงครั้งแรกพิเศษยิ่งใหญ่อลังการขึ้น ครั้งแรก!!! ที่จะได้พบกับโชว์ ดริฟท์ดีวัน บาย นินจา จากเอโดะวันเดอร์แลนด์, ดีวันไดรฟ์ ทูเกทเตอร์ โดย โยอิจิ อิมามูระ, โนมูระ เคน ฯลฯ, ยลโฉมอย่างใกล้ชิด 4 สาวดริฟท์แองเจิ้ลปีล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น, สาวๆ เรซควีนจากประเทศญีปุ่นประชันกับเรซควีน ไทยแลนด์, โชว์ดีกรีร้อนแรงจากสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่ FHM GND และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังเมืองไทย ฯลฯ
มร.โทชิยูกิ โอยะ กล่าวถึงการรักษามาตรฐานการแข่งขันและการร่วมมือกับประเทศไทยในด้านการยก ระดับการแข่งขัน พร้อมเผยว่า "ทุกกฎกติกาที่ได้มาตรฐานสากลจากประเทศญี่ปุ่นจะถูกนำมาใช้กับรายการแข่ง ครั้งนี้อย่างเที่ยงตรง ผ่านคณะกรรมการจากประเทศญี่ปุ่นนำโดย อาซาชิ คามิโมโตะ หัวหน้าผู้ตัดสิน, โยอิจิ อิมามูระ แชมป์ตลาดกาล D1GP , โนมูระ เคน นักแข่งอารมณ์ดี พร้อมการใช้หลักตัดสินด้วยระบบดอสส D.O.S.S ซึ่งได้พัฒนาให้สามารถวัดค่าทั้งความเร็ว มุมแองเกิ้ล ไลน์การวิ่ง และความรุนแรงของการสะบัดท้ายที่มีความแม่นยำมากกว่าเดิม โดยตัวเครื่องมือจะส่งสัญญาณดาวเทียม แล้ววัดค่าต่างๆ กลับสู่คอมพิมเตอร์ เพื่อแสดงผลเป็นคะแนน
ของแต่ละคน ทำให้การตัดสินไร้ข้อครหาใดๆ จุดนี้ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันดริฟท์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ความเป็น สากลมากกว่าปีที่ผ่านมา"
ภายในงานแถลงข่าว ดีวัน กรังด์ปรีซ์ ?ไทย?แลนด์ ซีรีส์ 2013 บาย พีทีที บลู อินโนเวชั่น คึกคักไปด้วยทีมแข่งรถดริฟท์ชั้นนำของเมืองไทยนำโดย เดร-ดาวิเด โดริโก้ ทีม PTT PERFORMA DRIFT TEAM แชมป์เมืองไทยประจำปี, เอส-ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม ทีม GOODYEAR DRIFT TEAM THAILAND รองชนะเลิศอันดับ 2 , เอ็ม-อรรถพล ประกอบของ ทีม PTT PERFORMA DRIFT TEAM รองชนะเลิศอันดับ 3 พร้อมด้วย โอ๊ต-ณัฎฐวุฒิ เครือประดับ ทีม M-STORM YOKOHAMA SINGHA WITH OVERDRIVE, กีกี้-ศักดิ์ นานา ทีม REDBULL DRIFT TEAM THAILAND, หนึ่ง-ชัยยศ ชัยบูรณะ ทีม HANKOOK DRIFT TEAM THAILAND, นุ-ทชากร รวมใหม่ ทีม KENDA RALANGCHON RUAMMAI ฯลฯ เปิดงานด้วยการเปิดตัว 8 สาว เรซควีน ไทยแลนด์
จากนั้นพิธีกรได้เรียนเชิญ ก้องเกียรติ เหวียนระวี กรรมการบริหาร บริษัท อินสไพร์ฯ ขึ้นกล่าวเปิดงานพร้อมกล่าวภาพรวมการแข่งขันและรูปแบบการแข่งขันในปี 2013, นายชัยวัฒน์ สกาวจิต ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดขายปลีก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ขึ้นกล่าวการให้การสนับสนุนการแข่งขันปีที่ 2 และ มร.โทชิยูกิ โอยะ กล่าวถึงการรักษามาตรฐานการแข่งขันและความร่วมมือกับประเทศไทยในการยกระดับ การแข่งขัน ต่อด้วยการพูดคุยกับแชมป์ ดีวัน กรังด์ปรีซ์ ?ไทย?แลนด์ ซีรีส์ 2012 บาย พีทีที บลู อินโนเวชั่น นำโดย เดร-ดาวิเด โดริโก้ ทีม PTT PERFORMA DRIFT TEAM แชมป์ประจำปี 2012, เอส-ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม ทีม GOODYEAR DRIFT TEAM THAILAND รองชนะเลิศอันดับ 1 และ เอ็ม-อรรถพล ประกอบของ ทีม PTT PERFORMA DRIFT TEAM รองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมชมวีทีอาร์แนะนำคณะกรรมการประเทศญี่ปุ่นและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันบน เวที ปิดท้ายงานด้วยการรับสมัครนักแข่ง ดีวัน กรังด์ปรีซ์ ?ไทย?แลนด์ ซีรีส์ 2013 บาย พีทีที บลู อินโนเวชั่น เป็นครั้งแรกอีกด้วย
ดีวัน กรังด์ปรีซ์ ?ไทย?แลนด์ ซีรีส์ 2013 บาย พีทีที บลู อินโนเวชั่น PRIDE of DRIFT PRIDE OF D1 "ศักดิ์แห่งดริฟท์" ศักดิ์ศรีแห่งดีวัน" กำหนดจัดการแข่งขัน
  • สนามที่ 1 วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 และ สนามที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2556 ณ ลานริมทะเลสาบเมืองทองธานี
  • สนามที่ 3 วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 และสนามที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคมม 2556 ณ สนามสงขลา อินเตอร์ เนชันแนล สปีด เวย์ จ.สงขลา
  • สนามที่ 5 วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2556 และสนามที่ 6 วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2556 ปิดฉากความเร้าใจ 2 สนามสุดท้ายกันที่กรุงเทพฯ
ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์และเคาน์เตอร์ เซอร์วิสทุกสาขา ตั้งแต่ 10 มิถุนายน เป็นต้นไปหรือเข้าดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางwww.d1thailand.com, www.facebook.com/d1thailand และ ig : d1thailand หรือโทร.02-508-8173

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดูปองท์ รีฟินิช เผย สีขาว/ขาวมุก เป็นสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก



'ดูปองท์ รีฟินิช' ผู้นำระบบสีพ่นรถยนต์ของโลก เปิดเผยข้อมูลสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดโลกประจำปี 2555 ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำขึ้นต่อเนื่องกันมานานกว่า 60 ปี โดยเก็บรวบรวมข้อมูลค่ายรถยนต์ต่างๆ 11 แห่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เพื่อจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมของสีรถยนต์ที่ประชาชนเลือกซื้อ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการซื้อและความชื่นชอบ ตลอดจนอิทธิพลของสีรถยนต์ที่มีต่อการซื้อรถยนต์ของผู้บริโภค 


โดยสีขาว/ขาวมุก เป็นสีที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งทั่วโลกติดต่อกันเป็นปีที่สอง จากรายงานข้อมูลสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดโลกประจำปี 2555 ขณะที่สีดำขยับมาอยู่อันดับที่สอง เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในตลาดเอเชียแปซิฟิก จากการที่สีดำได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นสีที่มีคุณภาพสูงและหรูหรา โดยที่สีเงินร่วงลงมาอยู่อันดับสาม เนื่องจากความนิยมที่ค่อยๆ ลดลง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สำคัญอย่างยุโรปและเอเชีย
รายงานของดูปองท์ รีฟินิช ถือเป็นรายงานที่ใหญ่ที่สุดและจัดทำขึ้นต่อเนื่องกันมานานกว่า 60 ปี โดยเก็บรวบรวมข้อมูลค่ายรถยนต์ต่างๆ 11 แห่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เพื่อจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมของสีรถยนต์ที่ประชาชนเลือกซื้อ
สีขาว/ขาวมุกทะยานขึ้นอันดับหนึ่งในตลาดยุโรปในปี 2555 และเป็นสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐ และแคนาดา) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก โดยรวมแล้ว สีขาว/ขาวมุกมีส่วนแบ่งตลาดถึง 23% ตามรายงานของดูปองท์ รีฟินิช
ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา สีขาวได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมสีรถยนต์ และได้ขยายออกไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแพร่หลายทั่วโลก ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ความนิยมในสีขาวได้เพิ่มมากขึ้นครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของรถยนต์ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา สีขาวจะเป็นที่นิยมที่สุดในกลุ่มรถบรรทุกเท่านั้น โดยที่ความก้าวหน้าในการพัฒนาสีขาวมุกในอดีตได้ทำให้สีดังกล่าวทะยานขึ้นสู่ เซ็กเมนต์รถหรูได้
"ปัจจุบัน สีขาว tri-coat มีความพร้อมมากขึ้นใช้ได้กับฐานการผลิตทั่วโลกและทำให้เกิดคุณภาพและความ คุ้มค่าในกลุ่มยานพาหนะที่หลากหลาย" นางแนนซี่ ล็อกฮาร์ด ผู้จัดการฝ่ายการตลาดด้านสีของดูปองท์ รีฟินิช กล่าวและว่า "สีขาวทึบจะเห็นได้ในเฉดสีวานิลา เฉดสีหินและที่ได้รับความนิยมล่าสุดคือสีขาวสว่าง"
สีดำ ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาสีรถยนต์ในประเทศจีน แต่อยู่ในอันดับสองของความนิยมทั่วโลก มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 21% ของตลาดรวมสีรถยนต์ทั่วโลก ส่วนสีเงินอยู่ในอันดับท็อป 3 สีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยติดอันดับหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ บราซิลและอินเดีย แต่อันดับลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 18% ของตลาดรวมสีรถยนต์ทั่วโลกจาก 22% เมื่อปีที่ผ่านมา
"สีเงินได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเริ่มต้นยุคดิจิตอลระหว่างปี 2543 - 2549" นางล็อคฮาร์ท กล่าว "ปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีการซื้อรถยนต์หรูกันมากขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจเริ่ม มีเสถียรภาพ โดยที่รถยนต์สีดำถูกมองว่าเป็นรถหรูในตลาดหลักๆ ของโลกหลายแห่ง"
ส่วนสีแดง สีเทา และสีน้ำตาลต่างก็มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นสีละ 0.1% เพิ่มขึ้นจากรายงานในปีที่แล้ว ขณะที่สีน้ำเงินยังคงมีส่วนแบ่งตลาดเท่ากันกับในปี 2554
แนวโน้มสียอดนิยม ตามรายงานของดูปองท์ รีฟินิช ประจำปี 2555 "Color Mind" กับแนวโน้มสียอดนิยมของโลก
เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของการจัดทำรายงานข้อมูลสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก รายงานในปีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงข้อมูลร่วมกันของแนวโน้มการออกแบบและ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สะท้อนถึงแรงบันดาลใจที่ได้รับจากสีสำหรับนักออกแบบยานยนต์
คอลเลกชั่นล่าสุด Color Mind แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ให้ความสำคัญกับ 4 กลุ่ม ได้แก่ ความหรูหราโดดเด่นและมีคุณภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสีต่างๆ ในกลุ่ม "Noble Ambition" โดยการเลือกสรรสีเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับสินค้าหรูหราที่มีมาตั้งแต่ประวัติ ศาสตร์ สีในกลุ่มนี้สีเขียวแบบอัญมณี "ไอวี่ลีก" สีขาวมุก "เจ้าชายทรงเสน่ห์" และสีบรอนซ์ประกาย "Nobelist"
แนวโน้มการออกแบบที่ให้ทัศนวิสัยที่ดีและสีจัดจ้านทันสมัย อยู่ในกลุ่ม "Individual Attitude" ทัศนคติส่วนบุคคล โดยการออกแบบสีที่มีสไตล์โฉบเฉี่ยวเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่น ที่ต้องการทำตัวให้โดดเด่น สีที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ สีแดงเข้ม "Eye Candy" สีน้ำเงินอมเขียวเข้ม "Miss Personality" และสีชมพูโลหะอ่อน อย่าง "Lone Wolf"
นวัตกรรมเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ด้านพลังงาน ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "Progressive Nature" แนวธรรมชาติหัวก้าวหน้า บางส่วนของรูปแบบโลหะที่มี "Electronic Beat" และ "Virtual Vision" สีโทนธรรมชาติ ได้แก่ สีน้ำตาลอ่อน "High Tech Nature" และสีน้ำตาลแบบดินแดงปานกลาง "Futurist"
สีรถยนต์ในอดีต ถูกชุบชีวิตขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม "Authentic History" โดยในกลุ่มนี้ สีที่ได้รับความนิยมในอดีตได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยมากขึ้น สีหลักๆ ได้แก่ สีเทาจินตนาการใหม่ "Re-imagined Gray" และสีเขียว "Green Revival" สีอื่นๆ ก็มีสีแดงสด "Famous" และสีน้ำเงินอมเทา "Global Heritage" ซึ่งแนวโน้มสีล่าสุดนี้ได้รับการปรับปรุงสูตรสำหรับใช้กับเทคโนโลยีระดับแนว หน้าและกระบวนการใช้งานในโรงงานผลิตยานยนต์ในยุคปัจจุบัน
ธุรกิจสีพ่นรถยนต์ดูปองท์ (DuPont Performance Coatings) ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านสีมานานกว่า 90 ปี เรายังคงเดินหน้าส่งมอบนวัตกรรมสีที่ทันสมัยที่สุดและเครื่องมือเกี่ยวกับสี ให้แก่อุตสาหกรรม โดยนักวิทยาศาสตร์ของธุรกิจสีพ่นรถยนต์ดูปองท์ยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีสี รวมไปถึงการผสมสีด้วยระบบดิจิตอลและการออกแบบสี
ล่าสุด ดูปองท์และบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกระดับโลก The Carlyle Group ได้เสร็จสิ้นการควบรวมธุรกิจสีพ่นรถยนต์ดูปองท์ (DuPont Performance Coatings) เป็นเงิน 4.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท) พร้อมประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Axalta Coating Systems Co.,Ltd. โดยบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสีพ่นรถยนต์ให้แก่ผู้ผลิตยานยนต์ และอุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งนี้เงินลงทุนส่วนใหญ่ได้มาจากสินทรัพย์ของคาร์ไลล์ พาร์ทเนอร์ส ไฟว์ (Carlyle Partners V) และคาร์ไลล์ ยุโรป พาร์ทเนอร์ ทรี (Carlyle Europe Partners III)
รายงานสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด สำรวจโดยดูปองท์ ได้แก่
1. สีขาว / ขาวมุก มีส่วนแบ่งตลาด 23%
2. สีดำ มีส่วนแบ่งตลาด 21%
3. สีเงิน มีส่วนแบ่งตลาด 18%
4. สีเทา มีส่วนแบ่งตลาด 14%
5. สีแดง มีส่วนแบ่งตลาด 8%
6. สีน้ำเงิน มีส่วนแบ่งตลาด 6%
7. สีน้ำตาล /สีน้ำตาลอ่อน มีส่วนแบ่งตลาด 6%
8. สีเขียว มีส่วนแบ่งตลาด 1%
9. สีเหลือง / สีทอง มีส่วนแบ่งตลาด 1%
10. สีอื่นๆ มีส่วนแบ่งตลาด 2%

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มธ.เปิดเวที ต้านแข่งรถเอฟวัน รอบกรุงรัตนโกสินทร์ สะเทือนใจคนกรุง



เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ห้องประชุมชั้น 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดสัมมนาหัวข้อ "การปกป้องพื้นที่ประวัติศาสตร์ต่อการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน บนถนนโดยรอบกรุงรัตนโกสินทร์" มีนักวิชาการสาขาต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ นายปฐมฤกษ์ เกตุทัต อาจารย์ด้านสังคมศาสตร์ นายศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการอาวุโสด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. เป็นต้น
นายปฐมฤกษ์กล่าวว่า ในประเทศต่างๆ ที่มีการจัดการแข่งขันรถฟอร์มู ล่าวัน ส่วนใหญ่จัดการแข่งขันนอกเมือง ใกล้กับทะเล หรือมีสนามที่ใช้เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ไม่จัดการแข่งขันในเขตชุมชน และจุดไหนที่คิดว่าอันตรายก็จะไม่อนุญาตให้นั่งดู คิดว่าการจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันครั้งนี้เป็นการจัดเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
นายศรีศักรกล่าวว่า กทม.จะกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง คือ เสี่ยงต่อ 1.การสั่นสะเทือน 2.สิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ และ 3.ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชุมชนมีสิทธิที่จะดูแลรักษาวัฒนธรรมของตัวเอง นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ยังสร้างความสะเทือนใจให้กับคน กทม.ด้วย
นางรสนากล่าวว่า มีกฎหมายระบุชัดเจนว่าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครห้ามไม่ให้มีการแข่งรถ หากจะทำ ต้องแก้กฎหมาย ส่วนตัวไม่เห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ต้องแก้กฎหมายเพื่อการแข่งขันรถฟอร์มูล่า วันเพียงอย่างเดียว และยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดการแข่งขันดังกล่าว และยินดีที่จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมวุฒิสภา